เด็กมีปัญหา
posted on 11 Sep 2009 14:15 by nachiinlove
ฉันเป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่เคยชินกับการตัดสินใจอะไรๆ ด้วยตัวเองคนเดียวมาเสมอ
ครั้งหนึ่งเคยน้อยใจ แต่ตอนนี้ขอพูดอย่างเป็นเรื่องธรรมดาเลยว่า
ตั้งแต่ที่มีน้องชาย ฉันก็เหมือนเป็นคนที่ต้องต่อสู้กับความไม่เข้าใจหลายๆ เรื่องเพียงลำพัง
จะเรียนยังไงให้ได้ดี
เมื่อแม่เอาเวลาไปติวหนังสือให้น้องชายแต่ตัวเองไม่มีที่ปรึกษา
จะทำการบ้านที่ไม่เข้าใจได้ยังไง
เมื่อเดินไปถามแม่ แล้วแม่บอกว่าไม่ว่าง กำลังสอนน้องทำการบ้านอยู่
จะแก้ปัญหาเรื่องความสัมพันธ์ยังไง เมื่อถูกทอดทิ้งให้อยู่คนเดียว
โดยที่ไม่เคยมีใครในครอบครัวรู้ว่าเราไม่มีเพื่อน
และอาจารย์ก็เขียนลงในสมุดพกว่า "ณิชาเป็นที่รักของเพื่อนๆ เสมอ"
เพราะแบบนี้ เราถึงได้เติบโตมาอย่างคนที่เคยชินกับการ "เก็บงำ" หลายเรื่องไว้ในใจ
ถนัดที่จะตัดสินใจหาวิธีดิ้นรนหาทางออกเด้วยตัวเอง โดยไม่ปรึกษาใคร
และชินชากับการที่รู้สึกว่า ทุกคนคงล้วนโดดเดี่ยวเหมือนกับเรา
ในชีวิตหนึ่งนี้ มีอยู่หลายครั้งที่การ "ตัดสินใจ" เป็นเรื่องยาก
มีหลายเรื่องที่เราคิดว่า "ถ้ารู้อย่างนี้" เราจะตัดสนใจอีกทางหนึ่ง
และบ่อยครั้งเหลือเกินที่เราต้องมานั่งร้องไห้ให้กับการตัดสินใจที่ผิดพลาดของตัวเอง
อาจเพราะหยิ่งทะนงหรืออะไรก็แล้วแต่
ทุกครั้งที่มีปัญหา น้อยนักที่เราจะเอ่ยขอคำปรึกษาจากคนอื่น
แม้ว่าในความเป็นจริงแล้ว จะมืดแปดด้าน เพราะไม่เคยมั่นใจในตัวเองเลยแม้แต่น้อย
และแม้บางครั้งจะรู้สึกโดดเดี่ยวเหมือนอยู่คนเดียวในโลกนี้
อันที่จริง - -เรายืนอยู่ในจุดของวันนี้ได้ด้วยการลองผิดลองถูกมาเสมอ
เราไม่เคยรู้เลยว่า ตัวเองควรเลือกซ้ายหรือขวา นอกจากเดาสุ่มไปเรื่อยๆ
โดยยึดหลักที่ว่า...อย่าทำตัวให้เป็นปัญหากับใคร
แต่ก็บ่อยครั้งอีกนั่นแหละ ที่เรารู้สึกว่าตัวเองเป็น "ตัวปัญหา" ทำให้คนรอบข้างปวดหัว
บ่อยครั้งที่เราคิดว่า การตัดสินใจ ที่เราคิดว่าดีแล้ว ถูกต้องแล้ว
มันกลับมาทำให้คนอื่นเค้าเดือดร้อน
และรู้สึกเหมือนตัวเอง "เยอะ" และ "วุ่นวาย"
ด้วยความสัจจริง
เราเป้นคนที่ค่อนข้างแคร์คนอื่นมาก
และไม่เคยตั้งใจทำให้ใครรู้สึกแย่
ทุกอย่างที่เราทำไป เรายังคงยึดหลักเดียวก็คือ "ไม่อยากให้มีปัญหา"
และหลายการตัดสินใจของเรา ก็เอา "คนอื่น" มาเป็นที่ตั้ง
เพราะอยากจะเป็นคนที่ดี และเป็นคนที่ไม่ทำให้ใครเดือดร้อน
แต่สุดท้าย เราก็เลี่ยงที่จะไม่มีปัญหาไม่ได้
เพราะในบางที เราก็ไม่อาจจะเป็น "คนดี" ได้ แม้ว่าจะยายามมากแค่ไหนก็ตาม
สถานการณ์บางอย่าง ก็บังคับให้เราต้องเลือกที่จะเป็น "คนเลว" ในสายตาของใครไม่คนใดก็คนหนึ่ง
ที่เขียนมาซะยืดยาว มันเกิดจากความเหนื่อยล้าสะสมของฉัน
ในวันก่อนที่รู้สึกว่าทุกอย่างมันรุมเร้า ทั้งงาน การเรียน และความรัก
มีอยู่ช่วงจังหวะหนึ่งที่ฉันคิดไม่ตกเรื่องงานที่ทำดีที่สุดแล้วแต่ยังมีปัญหา
การเรียนที่ทุ่มเทสุดชีวิตแต่ยังทำท่าจะร่อแร่
และความรัก ที่คิดว่าฉันก็พยายามอย่างเต็มที่แล้ว
แต่เธอกำลังแสดงออกว่าไม่มีความสุขกับการที่ฉันไม่ค่อยมีเวลาให้
มันเหมือนตอกย้ำให้ฉันรู้สึกว่า ตัวเองเป็นคนที่ไม่เคยทำอะไรได้ดี
แม้จะพยายามมากแค่ไหนแล้วก็ตาม
เมื่อวาน...
หลังจากที่ฉันหอบเอาความรู้สึกเหนื่อยล้า ไปหาเธอที่บ้าน
โดยไม่ได้คาดหวังว่าจะได้รับคำปลอบใจ คำปรึกษา หรือแม้แต่ทีท่าแสดงความห่วงใย
ด้วยความที่เคยชินกับการจัดการความรู้สึกเหล่านั้นด้วยตัวเองมาเสมอ
แต่มีอยู่ช่วงตอนหนึ่ง ที่ฉันพูดลอยๆ ขึ้นมาว่า "ฉันเหนื่อย"
กลับเป็นเธอที่เอื้อมมือมาบีบไหล่ให้เบาๆ
แล้วพูดหลายสิ่งหลายอย่างให้ฉันรู้สึกว่า ฉันไม่ได้โดดเดี่ยวในโลกนี้อีกต่อไปแล้ว
และยังมีเธอ ที่เข้าใจในตัวฉัน
ยอมรับนะว่า
ไหล่ที่ปวดเมื่อยเพราะเครียดและนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์มานานมันไม่ได้หายเมื่อหรอก
แต่หัวใจมันรู้สึกอุ่นขึ้นอย่างบอกไม่ถูก
แล้วก็อดไม่ได้จริงๆ ที่จะร้องไห้...
เหมือนเด็กขี้แย โดดเดี่ยว และกำลังหวาดกลัว
ถูกคนๆ หนึ่งบอกว่า...
แม้เธอจะทำให้ชีวิตของฉันวุ่นวาย
แต่เธอก็จะยังมีฉันอยู่เคียงข้างเธอเสมอ
ป.ล. เมื่อเราได้ร้องไห้
หัวใจจะเบาขึ้น
มันก็แค่เดือดร้อนน้อย กับเดือดร้อนมากเท่านั้นเอง
แล้วโลกนี้จะสอนให้แกเรียนรู้ที่จะทำให้คนอื่นเดือดร้อนอย่างเป็นสุข ... ใช่ว่าจะต้องบียดเบียนใคร แต่ให้ยกก้อนที่ทับกดดันใจแกอยู่ออกไปบ้าง มันก็จะเป็นสุข
ศาสดาของลัทธินี้คือแม้วโตะ ปรึกษาแม้วสิจ๊ะ 555 พาดพิงมันอีกแระ
#1 By ตานี on 2009-09-11 19:45